ข้อมูลอย่างละเอียดและเรื่องน่ารู้ของ LC-A (รุ่นก่อนหน้า LC-A +) แปลจาก http://www.kataan.org/lomofaq

ลักษณะทั่วไปของ LOMO LC-A
คุณสมบัติทางเทคนิค
-ระบบโฟกัส(แมนวล ระยะ 0.8เมตร/1.5เมตร/3เมตร/3เมตรขึ้นไป)
-สปีตชัตเตอร์ 1/500-2นาที(!)
-เลนส์32มม. “Minitar 1” f/2.8
-ฟิล์มสปีด ASA 25-400
-ระบบกรอฟิล์มแมนวล

แบตเตอรี่ชนิดใหนที่ใช้กับLOMO LC-A
SR-44P หรือ SR-44s (ถ่านกระดุมซิลเวอร์อ๊อกไซด์) จำนวน 3 ก้อน ในปัจจุบันถ่านแบบนี้ได้เลิกผลิตไปแล้ว แต่เราสามารถใช้ถ่าน LR-44 (อัลคาไลน์) แทนได้ (หน้าตาเหมือนกัน) ถ่านรุ่นนี้รู้จักกันในชื่อต่างๆกันตามแต่ยี่ห้อผู้ผลิตเช่น LR44  357/RW42/541  Energizer  KA76/KS76 Kodak

ระบบของLOMO LC-Aทำงานอย่างไร
ระบบออโตเมติกของกล้องโลโม่ มีเครื่องวัดแสง วัดปริมาณของแสงในช่วงระยะเวลาหนึ่งจากนั้นก็คำนวนระยะเวลาในการเปิดชัตเตอร์ร่วมกับการตั้งค่าความไวแสงของฟิล์ม(ASA/ISA)

LOMO LC-Aของผมผลิตขึ้นเมื่อไร?
ให้มองหาภายในตัวกล้องด้านล่าง มันจะมีSerial Number อยู่ ตัวเลขสองตัวแรกนั่นคือปีที่ผลิต แต่หลักการนี้จะดูได้แค่กล้องรุ่นเก่า กล้องรุ่นใหม่ๆจะมีตัวอักษรสองตัวก่อนตัวเลขและมักจะมีโลโก้โลโม่บอยสกรีนอยู่บนช่องมอง กล้องแบบนี้เป็นกล้องรุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นระหว่างปี1999-2003

มีความแตกต่างกันหรือไม่ ระหว่างกล้องรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่?
โดยทั่วไปแล้วนั้น ทั้งสองรุ่นเหมือนกัน แต่จะมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างไปบ้าง กล้องที่ผลิตในช่วงปลายยุค80นั้นจะสกรีนโลโก้LOMOเป็นภาษารัสเซีย และหน่วยวัดFilm speedจะเป็นค่า Gost (เป็นหน่วยวัดของรัสเซีย) ส่วนรุ่นที่ผลิตช่วงต้นยุค90นั้นโลโก้จะสกรีนเป็นภาษาอังกฤษ และหน่วยวัดFilm speedจะเปลี่ยนเป็นค่าASA/ISO ส่วนรุ่นใหม่ๆนั้นจะมีการสกรีนโลโก้โลโม่บอยอยู่บนฝาปิดช่องมอง ในบางรุ่นนั้น ภายในช่องมองจะมีกรอบและสัญลักษณ์ที่บอกระยะโฟกัสไว้ด้วย(รุ่นเก่า) และทุกรุ่นจะมีไฟLEDสีแดงสองดวงอยู่ภายในช่องมอง

จะสามารถหาคู่มือของกล้องได้ที่ใหน?
โดยทั่วไปแล้ว คู่มือภาษาอังกฤษของกล้องรุ่นต่างๆมักจะมีอยู่ในอินเตอร์เน็ต หรือ www.kataan.org/techref/Lomomanual

ถ้ากล้องของผมค่าFilm Speedไม่ได้เป็น 25/50/100/200/400หละ?
นั่นแสดงว่ากล้องของรุ่นนั้นเป็นรุ่นเก่าที่ยังใช้การวัดแบบรัสเซีย(Gost) ซึ่งสามารถอ่านค่าได้ว่า 16/32/65/130/250 ให้ใช้ 32 เมื่อใช้ฟิล์มASA 64 65เมื่อใช้ฟิล์มASA100 130เมื่อใช้ฟิล์ม200 250เมื่อใช้ฟิล์ม400

คำถามเกี่ยวกับฟิล์ม ใช้ฟิล์มแบบใหนดี?
ฟิล์มอะไรก็ได้ 12/24/36ภาพก็ได้ แล้วแต่คุณเลย ASA400หรือต่ำกว่าได้ก็จะดี โดยทั่วไปหาฟิล์มถูกๆได้ก็จะดี จะได้ประหยัดและถ่ายได้เยอะๆ แต่ถ้าคุณต้องการคุณภาพหน่อยก็ควรใช้ฟิล์มโปร จริงๆแล้วไม่มีฟิล์มแบบใหนที่”ถูกต้อง” มีแต่ฟิล์มที่ “ถูกใจ” มากกว่า(โดยเฉพาะฟิล์มถูกๆเนี่ย) ควรจะใช้ISOเท่าไรดี? แนะนำให้ใช้isoต่ำๆ(ISO100) ในสภาพแสงจ้า เช่นกลางแจ้ง คุณจะได้ภาพที่สดใสและเกรนไม่แตก และควรใช้ISOสูง(ISO400)ในสภาพแสงน้อย แม้ภาพอาจจะไม่สดใสนักและอาจมีเกรนนิดหน่อยเมื่อเทียบกับฟิล์มISOต่ำ นอกจากนี้ฟิล์มISOต่ำยังสามารถเล่นกับสปีดชัตเตอร์นานๆเพื่อให้เกิดภาพเบลอๆได้ ซึ่งนั้นก็แล้วแต่คุณ ส่วนฟิล์ม200นั้น เป็นฟิล์มที่ครึ่งๆกลางๆระหว่าง100กับ400 โดยทั่วไปฟิล์มที่ISOต่ำจะสีสวยกว่าและฟิล์มสไลด์จะให้สีที่ถูกต้องกว่าฟิล์มเนกาทีฟ What is “Lucky” film? ลัคกี้เป็นยี่ห้อฟิล์มราคาถูกจากจีนแดง (แต่ในเมืองไทยหายากหน่อย ต้องไปแถวแปลงนาม ผมแนะนำให้ใช้มิตซูบิชิ หรือ โคนีก้าแทน เพราะถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้แล้ว)

การถ่ายภาพกับLOMO LC-A
การถ่ายในสภาพแสงน้อย : ในสภาพแสงน้อยนั้น กล้องโลโม่จะเปิดสปีดชัตเตอร์ช้าลง มันจะมีเสียงคลิกสองครั้งเวลาคุณถ่าย ครั้งแรกเมื่อชัตเตอร์เปิด และครั้งที่สองเมื่อชัตเตอร์ปิด ในสภาพแสงมากมันเหมือนมีเสียงคลิกแค่ครั้งเดียว แต่ในสภาพแสงน้อยจะมีสองคลิก ให้แน่ใจว่าคุณได้ยินเสียงคลิกสองครั้งเมื่อถ่ายในสภาพแสงน้อย การถ่ายภาพเบลอๆ : การที่ภาพเบลอนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการโฟกัสผิดหรือถือกล้องไม่นิ่งในขณะถ่ายภาพ ในสภาพแสงน้อยกล้องโลโม่จะใช้รูรับแสงที่2.8 ทำให้เกิดDepth of Field ดังนั้นให้แน่ใจว่าคุณตั้งระยะโฟกัสถูก หากคุณใช้ฟิล์มที่มีความไวแสงต่ำ กล้องจะเปิดชัตเตอร์นานถ้าคุณไม่ถือกล้องให้นิ่ง มันจะทำให้ภาพเบลอ ดังนั้นให้ลองใช้ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงดูหรือลองถ่ายในที่สว่างขึ้นหรือลองใช้ขาตั้งกล้อง จะช่วยให้ดีขึ้น การโฟกัส : หากคุณทำให้วัตถุที่คุณโฟกัสนั้นส่วางได้มากๆ กล้องจะเซตรูรับแสงที่16 ซึ่งนั่นทำให้คุณสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าที่กำหนดไว้โดยที่กล้องยังโฟกัสได้ ระยะโฟกัสของกล้องที่กำหนดไว้ก็คือ 0.8/1.5/3/มากกว่า3เมตร หรือคร่าวๆก็คือ3/5/10/และมากกว่า10ฟีต ระยะใกล้ที่สุดที่กล้องโฟกัสได้คือ0.8เมตร หรือถ้าจะให้กะก็คือระยะ1ช่วงแขนของคนเรานั่นเอง คุณจะเข้าใกล้วัสถุที่โฟกัสได้มากกว่านั้นก็ต่อเมื่อคุณเซตรูรับแสงที่16และถ่ายกลางแสงแดดจ้าเท่านั้น หากคุณกะระยะไม่ค่อยถูกลองหา LOMO BLIK จากอีเบย์ดู มันคือตัววัดระยะโฟกัสซึ่งต่อเข้ากับช่องต่อแฟลชและใช้ได้กับกล้องRangefinderทั่วไป Street Photography : ด้วยWide-Angle LensของLOMO LC-A คุณสามารถเซตโฟกัสไปที่ 3 เมตรและถ่ายในระดับเอว(Shot from the hip)โดยไม่ต้องมอง ลองดูสิ!

ปัญหาทั่วไปของLOMO LC-A
ชัตเตอร์ไม่ทำงาน! ให้แน่ใจว่าเปิดหน้ากล้องสุด เพราะไม่งั้นชัตเตอร์จะไม่ทำงาน ให้ส่งที่ช่องมองภาพและกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ไฟของแบตเตอรี่ติดมั้ย(ไฟด้านซ้าย)? ถ้าไม่ หรือติดแล้วก็ดับลงอย่างรวดเร็ว ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ โลโม่ใช้งานได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ทำให้ระบบวัดแสงและชัตเตอร์ทำงาน มันจะไม่ทำงานหากไม่มีแบตเตอรี่หรือแบตเตอรี่เก่า ให้ลองเช็คที่ขั้วแบตที่ข้างใต้ของกล้อง ให้แน่ใจว่ามันสะอาดและสามารถสัมผัสกับขั้วของแบตเตอรี่ได้ การทำความสะอาดสามารถทำได้ด้วยการใช้ยางลบลบที่ขั้ว หรือบางคนก็เคาะตัวกล้องเพื่อให้มันทำงาน คุณจะลองก็ได้เป็นเรื่องของคุณ(ก็กล้องของคุณนิ ฮ่าๆ แต่มันอาจจะเจ๊งซะมากกว่า) ก้านกรอฟิล์มกลับหัก! ลองตามหาSmena35 ก้านกรอฟิล์มของSmena35สามารถใช้แทนกันได้และSmena35ไม่แพงเท่า ฟิล์มติด กรอไม่ไป! บางครั้งเป็นข้อผิดพลาดที่ฟิล์ม ให้ลองใช้ฟิล์มยี่ห้ออื่น ดูให้แน่ใจว่าเฟืองในกล้องและหนามเตยของฟิล์มวางเข้ากันได้และไม่มีอะไรมากีดขวาง และให้กรอฟิล์มช้าๆ ฟิล์มขาดอยู่ในกล้อง! หาร้านล้างฟิล์มใกล้ๆ เขาสามารถเอาฟิล์มออกมาได้ในห้องมืดหรือถุงมืด เอาฟิล์มออกมาแล้วแต่เลขนับยังไม่รีเซต! มันมีสวิตโลหะอยู่ที่ขอบด้านบนของฝาปิด ให้แน่ใจว่าปุ่มไม่ได้ถูกกดอยู่เมื่อฝาเปิด นั่นคือสวิตที่รีเซตเลขนับภาพ

TIPS

Double Exposures
– ถ่ายได้โดยไม่ต้องกรอ ให้ทำฟิล์มในม้วนฟิล์มให้แน่นแต่ไม่ต้องมาก (ด้วยการหมุนตัวกรอฟิล์มกลับโดยที่ไม่กดปุ่มด้านล่าง หมุนจนติดๆแต่ไม่ต้องแน่นมาก) จากนั้นกดปุ่มกรอฟิล์มกลับแล้วขึ้นชัตเตอร์ใหม่ (ต้องกดปุ่มกรอฟิล์มกลับค้างไว้ด้วย) ให้แน่ใจว่าฟิล์มไม่เลื่อนตาม เวลาขึ้นชัตเตอร์ จากนั้นก็ถ่ายได้เลย
เทคนิคเบื้องต้นในการหาสาเหตุของปัญหาของชัตเตอร์/รูรับแสง
– เซตสปีดฟิล์มที่400และลองถ่ายกลางแสงแดดจ้าโดยอย่าให้มีอะไรมาบังตัววัดแสงและให้เปิดฝากล้องเพื่อดูชัตเตอร์ รูรับที่เห็นควรจะมีขนาดเล็กๆ หากมันยังมีขนาดใหญ่ขณะที่ลองถ่ายกลางแจ้ง กล้องอาจจะมีปัญหา โปรแกรมออโต้ของกล้องโลโม่นั้นทำงานด้วยการคำนวนจากการวัดแสงและการเซตสปีดฟิล์ม หากคุณเซตฟิล์มที่100รูรับแสงอาจจะเปิดกว้างเกือบตลอดเวลา แต่หากคุณใช้ฟิล์มที่ความไวแสงสูง ชัตเตอร์อาจทำงานได้ไม่เร็วพอ ดังนั้นกล้องจึงชดเชยด้วยการบีบรูรับแสงให้แคบลง
การถ่ายภาพสะท้อนจากกระจก
– โฟกัสที่วัตถุในกระจก ไม่ใช่กระจก ระยะโฟกัสต้องเป็นระยะของวัตถุถึงกระจก บวกด้วยระยะของกระจกถึงตัวกล้อง
ภาพขอบมืด
– โดยปกติภาพขอบมืดนั้นมักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อใช้เลนส์32มม. หรือจะให้พูดง่ายๆเลยก็คือในกล้องโลโม่นั้นมันจะเป็นอยู่แล้ว ภาพทั่วไปที่คุณเคยเห็นนั้นส่วนมากจะถูกครอปออกไปแล้ว ดังนั้นเวลาที่คุณจะไปอัดภาพ ควรคำนวนซักนิดให้แน่ใจว่าภาพของคุณนั้นจะไม่โดนครอป ไม่งั้นเมื่ออัดภาพออกมา ภาพคุณอาจจะไม่มีขอบมืดก็ได้ จากการทดลองแล้วพบว่าหากคุณเซตไว้ที่โหมดออโต้จะได้ผลดีที่สุด และหากคุณอยากได้ขอบมืดมากกว่านั้นลองหาเลนส์wide angleมาต่อดูสิ การถ่ายภาพกลางแจ้งนั้นมักจะมีภาพท้องฟ้าติดมาด้วยและมักจะมีแสงสว่างมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสถานที่ที่ดีมากในการใช้โหมดออโต้ เนื่องจากมันมีสปีดชัตเตอร์ที่เร็วกว่า1/60วินาที ซึ่งจะทำให้ภาพอันเดอร์เล็กน้อยและสีจะสวยมาก แต่คุณจะไม่ได้ระยะDepth of Field คุณอาจจะใช้รูรับแสง16ก็ได้ เพื่อที่จะได้Depth of Field ภาพคุณอาจจะโอเวอร์และสีมักจะซีดๆแต่จะได้ภาพที่ใกล้มาก

กล้องอื่นๆ
ผมไม่สามารถบอกได้หมด มันมีกล้องในทำนองเดียวกันอีกเยอะแยะมากมาย ตั้งแต่กล้องที่แพงมากๆจนถึงกล้องพลาสติกราคาถูก นี่เป็นตัวอย่างรายชื่อกล้องที่น่าสนใจ
Lomo SMENA-8M, SMENA-35
Cosina CX-1 or
Olympus XA/XA2/XA4
Jazz 101(daytime only)
Jazz Jelly
Manual SLRs
Polaroid SX-70 LOMO supersampler, cybersampler, LOMO-9
Canonet
Kiev 35/Minox 35
Fed rangefinders
Holga 120/120SF plastic camera

BACK