| โลกของ โลโม่ แปลจาก The World of Lomo / PHOTO MAKETING หน้า 16 ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 1999 ปี 1992 ณ กรุงเวียนนา คนธรรมดาทั่วๆไป ที่ชื่นชอบศิลปะการถ่ายรูป ได้ให้กำเนิดวิถีการถ่ายภาพแบบหนึ่งซึ่งต่อมากลายเป็นที่นิยม ในที่อื่นๆเกือบทุกมุมของโลก... ชื่อของมันคือ? Lomography (โลโมกราฟฟี): Lomography ได้เปลี่ยนตัวเองจากการที่เป็นแค่ “การถ่ายรูป” กลายมาเป็น life style ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างของผลการเปลี่ยนแปลงนี้คือ กล้องสัญชาติรัสเซีย “Lomo Kompakt Automat” ได้กลายเป็นที่นิยมจน โรงงานผลิตที่ St. Petersburg จากที่เคยจะหยุดผลิตก็ผลิตออกจำหน่ายเรื่อยมา่ยโลโม่ กล้อง Lomo Kompakt Automat กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของ Lomographer (คนหนุ่มทั้งหญิงและชาย ที่ activeและกระตือรือร้นในการรู้จักสิ่งใหม่) เริ่มต้นนั้นกล้องนี้ถูกผลิตขึ้นสำหรับสายลับ โดยเริ่มผลิตในห้อง lab ของอดีตสายลับ KGB ชื่อ Michail Aronowitsch Radionov ใน Institute of Optics ณ กรุง St. Petersburg 20 ปีต่อมา กล้องตัวนี้ก็กลายเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมกลางๆในหมู่คนรัสเซีย ตัวกล้องเอง ก็เป็นกล้อง 35mm เล็กๆธรรมดาๆ คลุมรอบด้วยหนังสีดำ มี viewfinder ใช้film 135 ทั่วๆไป กับ lens Minitar 32mm/1.2.8 ซึ่งไวแสงเป็นพิเศษ ตั้งระยะfocusได้ตั้งแต่ 0.8-infinity ส่วนประกอบของกล้องทั้งหมดกว่า 450 ชิ้นถูกประกอบโดยมือทั้งหมดที่รัสเซีย สนุกไปกับการถ่ายรูปซิ: สำหรับ Lomographer แล้ว คุณสมบัติของกล้องนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญมาก สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ ความสนุกในการถ่ายรูป Lomographerทุกคน เป็น snapperชั้นยอด ซึ่งไม่ใช่พยายามที่จะถ่ายภาพเหตุการณ์เฉพาะ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หากแต่ บันทึกทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามาเบื้องหน้าของเลนส์ เป้าหมายนั้นคือ ภาพถ่ายแบบ Lomo (lomograph) รูปถ่ายพวกนี้ ถึงแม้ว่าจะ ถ่ายจากมุมที่แปลกประหลาด ถ่ายโดยไม่มองviewfinder หรือล้างออกแล้วเป็นยังไงก็ตามแต่ ชาวโลโมก็ยังคงเรียกสิ่งนี้ว่า รูปถ่ายอยู่ดี ผลคือภาพถ่ายที่เป็น เอกลักษณ์ มีสีสัน ดูแปลกประหลาด บ้างบ้าครั่ง และ ก็อาจเป็นถาพ snapshot ที่ยอดเยี่ยม จนถึงเรียกได้ว่าเป็นผลงานศิลปะเลย ความบังเอิญที่นำมาเจอ: โลโมนั้นเริ่มต้นโดยบังเอิญ ในปี 1991 โดยนักศึกษาสองสามคนซึ่งหารู้ไม่ตัวว่าตัวเองกำลังจะเป็น lomographer ทั้งสามได้ไปซื้อกล้อง Lomo Kompakt Automat ในร้านถ่ายรูปขณะไปท่องเที่ยวที่เมือง Prague, Matthias Fiegl (นักศึกษาเศรษศาสตร์) ถ่ายsnapทุกอย่างในเมือง Prague ด้วยอารมณ์สุขสันต์ขณะที่ท่องเที่ยวไป แล้วส่ง film ไปล้างในร้านล้างรูปธรรมดาๆไปในsupermarket แต่ผลที่ออกมากลับกลายเป็นภาพที่มีความน่าสนใจ น่าหลงใหล และ แสดงความเฉพาะตัวของภาพที่ถ่ายจากกล้องตัวนี้ หลังจากเห็นภาพ ตัวเขาและเพื่อนๆ Wolfgang Stranzinger (นักศึกษากฎหมาย) และ Christoph Hofinger (นักศึกษาภาษาเยอรมัน) ก็เริ่มถ่ายทุกๆอย่างในชีวิตด้วยกล้องของพวกเขา ต่อมาไม่นานถาพถ่ายจากล้องตัวนี้ก็เริ่มเป็นที่สนใจในกลุ่มนักเรียนศิลปะ ตัวกล้องก็เป็นที่ต้องการมากขึ้น ตามมาด้วย งานแสดงภาพถ่าย lomo เหตุการณ์แบบเดียวกันก็เกิดขึ้นใน New York และ Moscow lomographerกว่า 10,000 คน เริ่มมีการแสดงภาพเมืองต่างๆทั่วโลก ปี 1992 lomographic Society ได้ตั้งขึ้นที่ Vienna, Stranzinger ได้เป็น World Lomo President หลังจากนั้น Lomographyได้กระจายไปทั่วโลก โดยมี Lomo Embassies คอยขยายแนวคิดของ lomography ก่อเป็นเครือข่ายของ วิถีของโลโมและความคิดสร้างสรรค์ มีการแสดงภาพใน Moscow, Newyork, Vienna, Berlin, St.Peterberg, Toronto, Zurich, Cologne และที่อื่นๆ ซึ่งเป็นตัวแสดงว่าความนิยมต่อการถ่ายภาพแบบใหม่นี้ได้กระจายไปทั่วโลกแล้ว เครือข่ายเชื่อมโยงรอบโลก: ปัจจุบัน Lomo embassies นั้นมีมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก ไม่ว่าที่ Tokyo, Hanoi, Havana, Cairo, Milan, Paris, New york ในแต่ละเมืองนั้น Lomo ambassador ก็จะเป็นผู้ให้เกิดมีการติดต่อกันในกลุ่ม lomographer ซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนมากมายหลายอาชีพ Event ต่างๆก็ถูกจัดขึ้นในเมืองนั้นๆ รวมถึงการออกไปถ่ายรูปร่วมกัน สิ่งพิมพ์ต่างๆ คาดว่าปัจจุบัน lomographer มากกว่า 50,000คน ติดต่อกันภายใต้เครือข่ายนี้ การตลาดที่ชาญฉลาด: ผลคือ Lomography ได้พัฒนาแนวคิดของตนเองขึ้นมาเช่น don’t think, be fast, เปิดตัวเองกับสิ่งใหม่ๆ มีความสุขและสนุกกับการมองสิ่งรอบตัว เป้าหมายของ Lomographic Society นั้นประสบความสำเร็จแล้ว กล่าวคือ การมีจำนวนสมาชิกที่มากมาย และการกระตุ้นให้คนหนุ่มคนสาวออกไปถ่ายภาพ ในทางการตลาดนั้น ส่วนประกอบอื่นก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เช่น จากที่โรงงานผลิต LCA จะต้องถูกปิดจากนโยบายของรัสเซีย ผู้ก่อตั้งlomography ทั้งสามและผู้เกี่ยวข้องได้เจรจา และ โรงงานก็สามารถผลิตกล้องออกมาได้ต่อมา ผู้ช่วยในการขาย: แต่เดิม มีเฉพาะกล้องรัสเซียตัวนี้ขาย และระบบสั่งซื้อก็ต้องซื้อผ่านไปรษณีย์จาก lomographic society เท่านั้น ต่อมา แนวคิดในการให้มีผู้ร่วมค้าก็เกิดขึ้น และมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกจาก LCA ก็ออกขายในนามของ Lomography ในขณะนี้ นอกจากกล้องlomo ในตำนานจากรัสเซีย ยังมีการขาย หนังสือภาพ กระเป๋า และ film ล่าสุดได้มีการออกจำหน่ายกล้อง Lomo Action Sampler (ล่าสุดในขณะนั้น Feb 1999 – ผู้แปล) กล้องพลาสติกธรรมดาๆ ที่ใช้กลไกสปริง แต่ไม่ธรรมดาที่มี 4 lens เวลากด shutterเพื่อถ่ายภาพหนึ่งครั้ง เลนส์ทั้งสี่จะเปิดต่อเนื่องกันโดยห่างกัน 1/4วินาที ทำให้เกิดภาพสี่ภาพต่อเนื่องกันใน film negative ธรรมดา 1 รูป กล้องนี้จึงเหมาะมากที่จะเก็บภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ชุด Action Sampler นี้ประกอบด้วยกล้อง film และ คู่มือการใช้(Lomo Action Sampler School) Lomo Promotion: Lomographic society ยังคงตามหาผู้ร่วมค้าที่พร้อมจะนำสินค้าออกสู่ตลาด ซึ่งน่าจะเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำ และผลตอบแทนสูงเนื่องจากทั้ง product ที่มี Marginal incomeที่ดี และ กลุ่มผู้บริโภคที่มั่นคง ทั้งนี้ผู้ร่วมค้ายังได้รับการช่วยเหลือการขาย, เข้าร่วมcampaignต่างๆ และ ได้รับข่าวสารต่างๆจาก Lomo Dealer Serviceด้วย Lomo world campaign: หลังจากเข้ามาสู่กระแสธุรกิจ บริษัทสัญชาติออสเตรียก็พยายามที่จะทำให้ความนิยมของ Lomography คงอยู่ โดยการออกแนวคิดและ event ใหม่ๆสู่ตลาด ล่าสุดมี Eventใหม่ที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมา นั่นคือ Lomo World Campaign ซึ่งแบ่งออกเป็นสามงานย่อยได้แก่ Lomo World Congress, Lomo World Exhibition และ Lomo World Archive Lomo World Congress นั้นเคยจัดมาแล้ว 2 ครั้งคือ Madrid1997 และ Cologne1998 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ครั้งใหม่นี้จะจัดขึ้นในปี 2007 โดยรวบรวมภาพจาก Lomo World Exhibition ทั่วโลกมารวมกันเพื่อสร้าง Lomo World Wall ขนาดใหญ่ ส่วน Lomo World Archieve คือการที่ Lomographic society จะเป็นศูนย์กลางให้ lomographer ลงทะเบียนกิจกรรมทุกๆอย่าง จากทุกมุมของโลก ที่เกี่ยวกับ lomo เอาไว้ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการแบ่งกลุ่มรูปถ่ายโลโม่ จนถึง listงานนิทรรศการโลโม่และกิจกรรมที่เกี่ยวกับโลโม่ ซึ่งทั้งหมดนี้หวังว่าจะสำเร็จได้โดยความช่วยเหลือของ Lomographer ทั่วโลก นอกจากโลโม่ในรูปแบบที่เราเห็นๆกันทุกวันนี้ Lomography ยังคงมีแนวคิดที่จะออกจากขีดจำกัดของสื่อภาพถ่ายไปสู่สื่ออื่นๆด้วย เช่น Lomo film project, Lomo TV, LomoExpress, Lomotronic ซึ่งต่างก็เป็นการทดลองเพื่อที่จะข้ามขอบเขตของภาพถ่ายทั้งสิ้น BACK |